วันเดียวเที่ยวไม่พอ กับ 20 ที่เที่ยวกาญจนบุรี

กาญจนบุรีเป็นจังหวัดหนึ่งที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันตกของประเทศไทย มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 19,473 ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ โดยอันดับ2 คือจังหวัดเชียงใหม่ และอันดับ1 คือจังหวัดนครราชสีมา กาญจนบุรีอีกหนึ่งจังหวัดที่มีประวัติอันยาวนาน เนื่องจากความเป็นมาของกาญจนบุรี เท่าที่มีการค้นพบหลักฐานนั้น ย้อนไปได้ถึงสมัยก่อนประวัติศาสตร์กันเลยทีเดียว หลายคนได้รู้จักกาญจนบุรีมากขึ้นเพราะเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์โดยมี หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล กำกับการแสดงนั่นเอง แต่เหตุการณ์ที่ทำให้กาญจนบุรีมีชื่อเสียงไปทั่วโลก คือช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อญี่ปุ่นตัดสินใจสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ จากชุมทางหนองปลาดุกในประเทศไทย ไปยังเมืองทันบีอูซายัตในพม่า ภูมิประเทศของกาญจนบุรีพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดเป็นป่าไม้และภูเขาสูง โดยเฉพาะพื้นที่ทางด้านเหนือและตะวันตกของจังหวัด ด้วยเหตุนี้ทำให้กาญจนบุรีมีที่เที่ยวทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์เยอะนั่นเอง เราจะพาไปดูกันว่ามีอะไรน่าสนใจกันบ้าง

1.ถ้ำกระแซ ทางรถไฟสายมรณะ

 

ถ้ำกระแซ ตั้งอยู่ในอ.ไทรโยค ติดกับทางรถไฟสารมรณะซึ่งสถานที่ท่องที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งของกาญจนบุรี ที่นี่เป็นจุดชมแม่น้ำแควที่เรียกว่าวิวดีที่สุดในเมืองกาญจนบุรี ถือว่าเป็นจุดที่สวยที่สุด และอันตรายที่สุดของเส้นทางรถไฟ ด้วยความสูงและติดเลียบหน้าผา มองลงไปทีมีเข่าสั่นกันบ้าง เป็นถ้ำที่เคยเป็นที่พักของเชลยศึกเมื่อครั้งสร้างเส้นทางรถไฟสายมรณะจากไทยไปพม่า มีความลึกไม่มาก ภายในถ้ำโปร่ง และมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ด้วย สำหรับทางรถไฟสายมรณะสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2485 ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เส้นทางรถไฟสายไทย – พม่า ที่สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยรัฐบาลญี่ปุ่นได้ขอดำเนินการเพื่อตัดเส้นทางจากประเทศไทย เพื่อไปเชื่อมต่อกับทางรถไฟในประเทศพม่า ในที่สุดแล้วเส้นทางยุทธศาสตร์แห่งนี้ต้องยุติลงเมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม แต่เส้นทางรถไฟบางส่วน ยังคงหลงเหลือให้เห็นเป็นอนุสรณ์ถึงความโหดร้ายของสงครามอยู่ ถ้าไปเที่ยวชม เดินเล่นถ่ายรูปก็ระวังรถไฟกันด้วยนะคะ เพราะที่แห่งนี้ยังเปิดให้รถไฟวิ่งได้ตามปกติ

2.เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124

ตั้งอยู่ในอ.ไทรโยค เป็นการจำลองวิถีชีวิต จำลองเมืองโบราณในช่วงยุคสมัยรัชกาลที่ 5 ไม่ว่าจะบ้านเรือน อาหาร ของใช้ และภาษาที่ใช้ก็แบบดังเดิมกัน เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในสมัยนั้นเลยค่ะ มีแลกเงินรูในการจับจ่ายภายในนั้น เพราะมีอาหารจำหน่าย มีบริการเช่าชุดไทยย้อนยุคเพื่อที่จะเข้าและอินกับบรรยากาศ สถานที่มากขึ้นนั่นเอง ถ้าเมื่อยก็มีบริการรถลาก (หลายคนเรียก ติดปากว่ารถเจ๊ก) และยังมีการแสดงศิลปะวัฒนธรรมไทย เปิดบริการทุกวันเจ้าค่ะ 9.00 – 21.00 น. สนใจก็ไปกันได้นะคะ รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.mallika124.com/

3.น้ำตกไทรโยคน้อย

น้ำตกไทรโยคน้อยหรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า น้ำตกเขาพัง ตั้งอยู่ในอ.ไทรโยค เหตุที่ได้ชื่อว่าน้ำตกเขาพัง เพราะเกิดบนหน้าผาหินปูนที่พังทลายลงมาจนเกิดโขดหินปูนลดหลั่นกันอยู่ตรงบริเวณเชิงเขา ต้นกำเนิดเป็นน้ำผุดจากภูเขาแล้วไหลมาตาม ลำธารเล็กๆ ไหลตกลงที่ผาหินปูนที่มีความสูง ประมาณ 15 เมตร แผ่กระจายไปตามพื้นเขาลาดเอียง ภายใต้ร่มเงาของพันธุ์ไม้ นานาชนิดเป็นน้ำตกที่มีขนาดไม่ใหญ่มากมีเพียงชั้นเดียว ในฤดูฝนจะมีน้ำค่อนข้างเยอะกว่าฤดูแล้งซึ่งจะไม่มีน้ำ เป็นน้ำตก ที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองกาญเพียง 60 ก.ม. ซึ่งตั้งอยู่บนถนนสายหลักซึ่งค่อนข้างเดินทางสะดวก เปิดบริการทุกวัน แต่ควรมาช่วงฤดุฝนตั้งช่วงเดือน ก.ย. – ต.ค.เพราะเป็นช่วงที่มีน้ำเยอะน้ำตกสวยงามที่สุด

4.น้ำตกไทรโยคใหญ่

น้ำตกไทรโยคใหญ่ ที่เรียกกันว่า น้ำตกเขาโจน ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค มีเนื้อที่ครอบคลุมถึง 598,750 ไร่ ส่วนใหญ่ประกอบด้วยป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง น้ำตกแห่งนี้จะมีน้ำมากในช่วงฤดูฝนฤดูแล้งจะมีน้ำน้อย ภายในอุทยานมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ บริเวณใกล้เคียงมีถ้ำ 3 ถ้ำ และจุดชมวิวบนสะพานแขวนข้ามแม่น้ำแควน้อยที่สามารถข้ามไปยังฝั่งตรงข้าม บริเวณอุทยานมีบริการร้านอาหาร แพพัก แพล่อง เรือเช่า บ้านพัก สถานที่กางเต็นท์ เปิดบริการทุกวัน 06:00 – 18:00น.

5.วัดถ้ำเสือ

วัดตั้งอยู่ใน อ.ท่าม่วง บริเวณบนเนินเขา เป็นวัดเก่าแก่แต่โบราณกาล มีประวัติสืบย้อนไปได้ถึงปี พ.ศ. 2514 มีพระที่องค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี สวยงามประดับด้วยโมเสคสีทองทั้งองค์ มองไปด้านล่างเห็นเป็นทุ่งนาเขียวขจี เดิมวัดนี้เป็นเพียงสำนักสงฆ์เล็กๆ ที่อยู่ในบริเวณถ้ำเสือด้านล่างริมเนินเขา ต่อมาได้แรงศรัทธาจากชาวบ้าน ร่วมกันสร้างและบูรณะ จนกลายเป็นวัดที่ใหญ่โต และมีความวิจิตรงดงาม มีศาลาการเปรียญประดิษฐานสังขารหลวงปู่ชื่น ที่บรรจุอยู่ในโลงแก้ว มีศาลาประดิษฐานรูปหล่อเจ้าอาวาสหลวงพ่อสิงห์ หลวงพ่อชื่น ซึ่งหลวงพ่อสิงห์เป็นพระธุดงค์ที่มาพบถ้ำเสือ ส่วนหลวงพ่อชื่นเป็นผู้บูรณปฏิสังขรณ์วัด และยังมีส่วนที่เป็นถ้ำ ที่แบ่งออกเป็น 4 ห้อง มีห้องโถงใหญ่ประดิษฐานพระประธาน 2 ห้องสำหรับหลวงพ่อชื่นมาบำเพ็ญภาวนา และห้องประดิษฐานองค์เจ้าแม่กวนอิม บันไดนาคสามสายขึ้นเขา สายละ 158 ขั้น ด้านซ้ายมือจะมีรถรางไฟฟ้าสำหรับขึ้นไปด้านบน ค่าบริการ 10 บาท วัดถ้ำเสือและวัดถ้ำเขาน้อยอยู่ติดกัน วัดถ้ำเขาน้อยเป็นวัดจีน ศักดิ์สิทธิ์และสวยงาม สารารถไปที่เดียวเที่ยวชมได้2ที่เลย คุ้มค่าแก่การเดินทางมากค่ะ ไม่มีค่าเข้าชม เวลาเปิด 08.00 – 18.00 น.

6.มีนาคาเฟ่ (Meena Café)

ร้านตั้งอยู่ใน อ.ท่าม่วง คาเฟ่ที่ทั้งชิคและชิล ท่ามกลางทุ่งที่เขียวขจีสุดลูกหูลูกตา มีสะพานทอดยาวกลางทุ่งให้เดินเล่นชมวิว ซึ่งจะมองเห็นวิวของวัดถ้ำเสือฝั่งด้านหลังทั้งหมด ถ่ายรูปได้ทุกมุมเพราะเขียวไปหมดสวยงามมากค่ะ มีกระท่อมกลางนาสำหรับนั่งเล่น มีร้านกาแฟ เมนูมีทั้งกาแฟ อิตาเลี่ยนโซดา ฯลฯ แถมยังมีเค้กอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีร้านก๋วยเตียว อาหารจานเดียวด้วยใครกลัวหิวสบายใจได้เลยค่า มีของทานแน่นอน ใครสนใจมาเที่ยวตามวันและเวลาที่คาเฟ่เปิดได้เลยค่า วันธรรมดาเปิด 8:30 ถึง 19:00 วันเสาร์- อาทิตย์ 7:00 -19:00 ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.facebook.com/meenacafe2017/

7.รักษ์คันนา

ร้านตั้งอยู่ใน อ.ท่าม่วง เป็นร้านกาแฟและร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขา ตัวร้านสร้างเป็นกระท่อมแบบเปิดโล่งรับลมชมวิว ร้านขายอาหารแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ อาหารคาวเน้นเป็นก๋วยเตี๋ยว ลูกชิ้นปิ้ง และของหวาน อย่างเช่น เครื่องดื่ม ขนม สำหรับก๋วยเตี๋ยวต้องเดินไปสั่งที่เคานเตอร์ เขียนชื่อและรายการอาหารไว้  หลังจากนั้นจะมีพนักงานมาเสิรฟ์ถึงโต๊ะ ส่วนเครื่องดื่มเค้กก็สามารถรอรับและถือมาเองได้เลย ใครกลัวว่าวิวดีแล้วจะแพงไม่ต้องกังวลเลยค่ะเพราะราคาทั่วไปเลย ก๋วยเตี๋ยวเริ่มต้นที่ 35 บาทเท่านั้น โดยรอบร้านบรรยากาศทุ่งนาแบบมีนาคาเฟ่เลยค่ะ แต่ตั้งอยู่คนละฝั่งซึ่งมีนาคาเฟ่จะมองเห็นวิวของวัดถ้ำเสือฝั่งด้านหลังทั้งหมด  แต่รักษ์คันนาจะมองเห็นวิวของวัดถ้ำเขาน้อยแบบเต็มๆและเห็นวัดถ้ำเสือในฝั่งด้านข้าง ล้อมไปด้วยนาเขียวขจีไปหมด เมื่อมองไปทางไหนก็สบายตา ลมพัดแรง นั่งชิลมากค่ะ ช่วงเที่ยงอาจจะร้อนแดดแรงและคนอาจจะเยอะนะคะ ถ้าอยากได้ฟีลทุ่งนาสวยๆคงต้องบ่ายแก่ๆหน่อยหรือไม่ก็ช่วงเย็นค่ะ เปิดทุกวัน เวลา 08.00-19.00 น. ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/RakkannaKanchanaburi/

8.เมืองบาดาล

เมืองบาดาลหรือ วัดวังก์วิเวการามหลังเก่า อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของต.หนองลู อ.สังขละบุรี สถานที่แห่งนี้เคยเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์ (Unseen Thailand) ที่มีชื่อเสียงทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ หลวงพ่ออุตตมะ เป็นผู้ก่อสร้างขึ้นมาเมื่อปี 2496 จะเข้าชมวัดได้แค่ฤดูแล้งคือช่วงมีนา-เมษาเท่านั้น น้ำในแม่น้ำลดลงมากจนสามารถเดินเข้าไปในโบสถ์เก่าได้ เพราะช่วงปกติน้ำจะท่วมจนแทบไม่เห็นวัด

9.สะพานมอญ

สะพานมอญ หรือ สะพานอุตตมานุสรณ์​ ถึงสังขละบุรีแล้วที่พลาดไม่ได้เลยคือสะพานมอญ เป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำซองกาเรียไปยังหมู่บ้านมอญ ถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย โดยมีความยาวอยู่ที่ 850 เมตร และอันดับ2ของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในพม่า สะพานมอญเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอสังขละบุรี เมื่อมาที่นี่จะได้พบวิถีชีวิตชาวมอญ มีสาวมอญเดินเทินของบนศีรษะบ้างก็เล็ก บ้างก็ใหญ่ จนน่าตกใหญ่ บางทีสูงจนไม่น่าจะวางและเดินทรงตัวได้

10.ด่านเจดีย์สามองค์

ด่านเจดีย์สามองค์ หรือที่เคยรู้จักกันในชื่อ หินสามกอง ตั้งอยู่ใน ต.หนองลู อ.สังขละบุรี เป็นเขตสิ้นสุดชายแดนฝั่งตะวันตกของไทย และเป็นที่เคารพสักการะของคนไทยในสมัยโบราณก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่เขตพม่า บริเวณด่านมีเจดีย์ 3 องค์ ตั้งเรียงกันในแนวยาว ลักษณะเป็นเจดีย์ฐานแปดเหลี่ยม ด้านบนเป็นทรงกลม ยอดแหลม มีสีขาวขนาดไม่ใหญ่นัก นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมและซื้อของฝากตามร้านค้าที่อยู่บริเวณด่าน มีสินค้าหลายอย่างที่มาจากฝั่งพม่า เช่น เครื่องประดับ จำพวกพลอย หยก หินสี เฟอร์นิเจอร์ไม้ ชุดโต๊ะเก้าอี้ เครื่องไม้ตกแต่งบ้าน เครื่องประทินผิวของพม่า เช่นแป้งทานาคา ผ้าโสร่ง ต้นไม้ป่า กล้วยไม้ป่าจากพม่า นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถทำใบผ่านแดนเข้าไปในพม่าได้ภายใน 1 วัน เพื่อเข้าไปชมเมืองพญาตองซูในประเทศพม่า ที่ห่างจากบริเวณด่านไปเพียง 3 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวที่ผ่านแดน ไม่สามารถพักค้างคืนในพม่าได้ ต้องกลับเข้ามายังฝั่งไทยก่อนเวลาด่านปิดคือเวลา 18.00 น. เวลาทำการด่านเข้า-ออก 6.00 น. – 18.00 น.

11.อุทยานแห่งชาติเขาแหลม

ตั้งอยู่ใน อ.สังขละบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 1,497 ตารางกิโลเมตร หรือ 935,625 ไร่ ครอบคุลมทั้งส่วนที่เป็นผืนป่าที่สมบูรณ์โดยรอบอ่างเก็บน้ำเของเขื่อนเขาแหลมใน 2 อำเภอคืออำเภอสังขละบุรีและอำเภอทองผาภูมิ อุทยานนี้เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของแนวเทือกเขาตะนาวศรี ลักษณะเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน มีห้วยกระเต็งเจ็งไหลผ่าน สามารถกางเต็นท์พักแรมได้ และมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปน้ำตกกระเต็งเจ็ง บริเวณอ่างเก็บน้ำหลังเขื่อนเขาแหลม สามารถชมวิวทิวทัศน์ เล่นน้ำ พายเรือเล่นในอ่างเก็บน้ำ และดื่มด่ำกับความสวยงามของพระอาทิตย์ตก ณ จุดชมวิวป้อมปี่ ที่ถือว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในภาคตะวันตก

12.น้ำตกกระเต็งเจ็ง

อยู่ใกล้กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลม มีความสูงประมาณ 30 เมตร มีชั้นน้ำตกถึง 23 ชั้น ตลอดสองข้างทางผ่านยังคงเต็มไปด้วยป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์ โอบล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่เล็ก เถาวัลย์ และระหว่างทางยังมีนกป่าให้ดูจำนวนหลายชนิดอีกด้วย เปิดทุกวัน 08:30 – 16:30

13.น้ำตกเกริงกระเวีย

อยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาแหลม เป็นน้ำตกที่มีขนาดเล็ก สูงประมาณ 5 เมตร มีน้ำไหลลดหลั่นกันมาตามโขดหินมายังแอ่งน้ำน้อยใหญ่ น้ำใส สามารถลงเล่นได้ ปลอดภัย เด็กลงเล่นได้ น้ำไหลตลอดปี เหมาะสำหรับเป็นจุดพักผ่อนระหว่างการเดินทางไปอ.สังขละบุรี

14.น้ำตกไดช่องถ่อง

 

ขึ้นอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ก่อนถึง อ.สังขละบุรี เป็นน้ำตกขนาดกลางไหลลงสู่ทะเลสาบเขื่อนแม่กลอง สภาพป่าสมบูรณ์ร่มรื่นสวยงามมากในช่วงฤดูฝน เป็นน้ำตกหินปูนสูงประมาณ 15 เมตร มีสถานที่สำหรับกางเต็นท์พักแรม แต่นักท่องเที่ยวต้องนำเต็นท์มาเอง

15.พระเจดีย์พุทธคยา

เป็นปูชนียสถานที่สำคัญคู่กับวัดวังก์วิเวการาม เจดีย์ที่มีความสวยสดงดงามส่องแสงทองเด่นอร่ามทั่วทุกสารทิศ ด่านหน้าเจดีย์มีสิงห์แบบมอญ 2 ตัว ยืนเฝ้าบันไดทางขึ้นที่ทอดยาวพาขึ้นสู่ตัวเจดีย์ทรงเหลี่ยมฐานจัตุรัส มีเจดีย์เล็กทรงกลมแบบมอญสร้างอยู่บนยอดบนสุด ภายในเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุซึ่งหลวงพ่ออุตตมะอัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา มาไว้ให้สักการบูชากันถ้วนหน้า จึงเป็นเจดีย์ที่มีผู้คนมาสักการะ บูชาองค์เจดีย์ที่เสมือนเป็นสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต เจดีย์พุทธคยายังเป็นศูนย์กลางในการประกอบพิธีในวันสำคัญทางพุทธศาสนาและงานเทศกาลเช่น งานวันสงกรานต์

16.ซาฟารี ปาร์ค & แคมป์ กาญจนบุรี Safari Park & Camp

 

สวนสัตว์เปิด แนวธรรมชาติ ตั้งอยู่ใน อ.บ่อพลอย อยู่บนเนื้อที่กว่า 500 ไร่ เป็นสวนสัตว์เปิดแห่งแรกในจังหวัดกาญจนบุรี ยังเป็นสถานีอนุรักษ์ขยายพันธุ์สัตว์นานาชนิด เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตสัตว์หลากหลายชนิด เช่น ยีราฟ ช้าง ม้าลาย อูฐ เสือโคร่ง สิงโต เสือดาว หมีควาย ลามา นกกระจอกเทศ กวางชนิดต่างๆ ฯลฯ และไฮไลท์ของที่นี่จะได้สัมผัสกับสัตว์นานาชนิดอย่างใกล้ชิด แห่งเดียวในโลก สามารถกอดคอยีราฟถ่ายรูปได้เลย และเพลิดเพลินกับการให้อาหารสัตว์นานาชนิดอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ท่านจะได้ชมการแสดงโชว์ของสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นช้าง จระเข้ ยังไม่พอ มีการป้อนนมลูกเสือโคร่ง-เสือดาว-สิงโต อย่าลืมแวะถ่ายรูปกับเสือโคร่งใหญ่และนกมาคอว์เป็นที่ระลึกได้ มีบริการรถบัสพาชมสวนสัตว์ และรับ-ส่งที่จุดเข้าการแสดงโชว์ไม่ต้องกลัวร้อนกลัวเมื่อยกันเลย ทุกวันห้องพัก ห้องจัดสัมมา แคมป์ค่ายลูกเสือ เปิดบริการทุกวัน 9.00 น. – 17.00 น. ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.safaripark-kan.com/tha/home.htm

17.น้ำตกเอราวัณ

น้ำตกเอราวัณ หรือจะเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า น้ำตกสะด่องม่องลาย ตามชื่อลำห้วยม่องล่ายซึ่งเป็นต้นน้ำของน้ำตกที่เกิดจากยอดเขา ตาม่องล่ายในเทือกเขาสลอบ ตั้งอยู่ใน อ.ศรีสวัสดิ์ เป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยงาม บนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ ซึ่งเป็นน้ำตกที่มีระยะทางยาวติดต่อกัน มีทั้งหมดด้วยกันถึง 7 ชั้น เป็นระยะทางประมาณ 1,500 กิโลเมตร น้ำตกมีน้ำใสแจ๋วมองเห็นตัวปลาแหวกว่ายไปมาใต้ผืนน้ำที่สะท้อนแสงเป็นสีฟ้าอมเขียวมรกตคล้ายน้ำใน สระว่ายน้ำ ที่เป็นเช่นนั้น เนื่องมาจากลักษณะของ ภูเขาในอุทยานฯเอราวัณ เป็นเป็นเทือกเขาหินปูนที่เกิดจาก การทับถมของเปลือกหอย ปู หรือปะการัง ดังนั้นน้ำตกเอราวัณ ที่ไหลมาจากเทือกเขาหินปูนจึง มีสารละลายของแคลเซียมคาร์บอเนต เจือปนอยู่ ซึ่งแคลเซียมคาร์บอเนต ตกตะกอนในบริเวณ ที่มีน้ำไหลช้าหรือเป็นแอ่งน้ำ ทำให้ชั้นน้ำตกมีคราบหินปูน ก่อตัว และหินปูนนี้สามารถละลายน้ำได้ดี เมื่ออยู่ในรูปของสารละลายก็สามารถตกตะกอนได้ น้ำตกหินปูนจึงมีน้ำใสในตอนบน และมีการตกตะกอนขุ่น ในช่วงล่างของธารน้ำ เมื่อแสงส่องลงมาจะทำให้สะท้อนเป็นสีฟ้าหรือสีเขียวมรกตสวยงามมาก มีบ้านพัก เต็นท์และค่ายพักแรม มีร้านค้า ขายอาหารมากมายหลายร้านไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วยนะคะ ใครสนใจไปเที่ยวชมความงามของน้ำตกนี้ได้ เปิดเวลา 7.30-16.00 น.

18.น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

ตั้งอยู่ใน อ.ศรีสวัสดิ์ บริเวณที่ทำการอุทยานฯริมทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นมีสภาพสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เป็นพื้นที่ที่ยังคงเป็นป่าที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์  ทั่วบริเวณร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด น้ำตกไหลมาจากต้นน้ำของเทือกเขากะลาซึ่งเป็นป่าดิบเขาแล้ง ทางทิศตะวันออกของอุทยานฯ และไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ นับเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง มีต้นน้ำมาจากเทือกเขากะลา น้ำตกอยู่ทางทิศตะวันออกของอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เป็นน้ำที่ไหลมาจากลำห้วยแม่ขมิ้น ไหลผ่านเรื่อยลงมายังชั้นหินปูนที่ละลายปนมากับน้ำ เมื่อสายน้ำไหลผ่านความลาดชัน และสิ่งกีดขวางที่ทำให้น้ำเกิดการชะลอตัว ทำให้หินปูนตกตะกอนสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ จนลดหลั่นกันเป็นขั้นบันไดธรรมชาติ และเกิดเป็นชั้นน้ำตกที่สวยงาม หากมีแรงเดินไปจนถึงชั้นบนสุดของน้ำตกที่มีระยะทาง 2,270 กิโลเมตร

19.หมู่บ้านอีต่อง

เป็นเมืองที่ร่ำรวยด้วยหมอก อากาศบริสุทธิ์ คุ้มค่ากับการเดินทาง 399 โค้งกว่าจะถึงหมู่บ้านแห่งนี้ บ้านอีต่อง เป็นที่ตั้งของเหมืองปิล็อก ที่เคยรุ่งเรืองในอดีต เมื่อราวปี พ.ศ. 2483 เหมืองขุดแร่ดีบุกที่มีคนงานร่วม 600 คน จนราคาแร่ทั่วโลกตกต่ำ ผลจากการตัดราคาของแร่จากจีน ประมาณปี พ.ศ. 2527-2528 ความรุ่งโรจน์ของการขุดแร่ได้จบลง ปิล๊อกที่เคยรุ่งเรือง มีตลาดที่เฟื่องฟู เคยมีโรงภาพยนตร์ถึง 2 โรงก็เงียบเหงา ปัจจุบันรายได้หลักของคนที่นี่คือการท่องเที่ยว บริการที่พัก โฮมสเตย์ และยังมีร้านอาหาร กาแฟ ของที่ระลึกน่ารักหลายร้าน

20.น้ำพุร้อนหินดาด

น้ำพุร้อนหินดาด หรือน้ำพุร้อนกุยมั่ง ตั้งอยู่ใน อ.ทองผาภูมิ บ้านหินดาด บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาแช่กัน เพื่อสุขภาพ เพื่อความผ่อนคลาย เชื่อกันว่าน้ำแร่จากบ่อน้ำร้อนแห่งนี้ มีสรรพคุณในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บหลายอย่าง เช่น โรคเหน็บชา ไขข้อ อักเสบ เป็นต้น นักท่องเที่ยวสามารถลงอาบน้ำในบ่อได้ และยังมีลำธารน้ำเย็นไหลอยู่ด้านล่างบ่อน้ำร้อนน้ำพุร้อนหินดาด เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติริมลำธาร อุณหภูมิประมาณ 45-55 องศาเซลเซียส ค้นพบโดยทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นคุมเชลยศึกมาสร้างทางรถไฟสายมรณะ และได้สร้างเป็นบ่อซีเมนต์ขึ้น ปัจจุบันได้มีการปรับปรุงบ่อน้ำร้อนโดยองค์การบริหารส่วนตำบลหินดาด เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางอาบน้ำแร่กันมากขึ้น สภาพภูมิทัศน์โดยทั่วไปเป็นธรรมชาติร่มรื่น เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวและประชาชนทุกวัน วันธรรมดาระหว่างเวลา 06.00 – 22.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ระหว่างเวลา 06.00 – 22.30 น.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

%d bloggers like this: