เมืองบาดาล (วัดใต้น้ำ) จ.กาญจนบุรี

เมืองบาดาล (วัดใต้น้ำ) จ.กาญจนบุรี

เมืองบาดาล(วัดใต้น้ำ) หรือ วัดวังก์วิเวการาม(เก่า) ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 บ้านวังกะ ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี แต่เดิมสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2496 ซึ่ง ณ ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกสถานที่หนึ่งในประเทศไทย ที่แฝงไปด้วยมนต์เสน่ห์ของความอัศจรรย์ จนถูกขนานนามให้เป็นหนึ่งในความมหัศจรรย์ของประเทศไทย

เมืองบาดาล(วัดใต้น้ำ) หรือ วัดวังก์วิเวการาม(เก่า) จังหวัดกาญจนบุรี

วัดใต้น้ำ เมืองบาดาล

ประวัติความเป็นมาของเมืองบาดาล(วัดใต้น้ำ)

เมืองบาดาล(วัดใต้น้ำ)ถูกสร้างขึ้นด้วยพลังความเลื่อมใสศรัทธาของชาวกะเหรี่ยง และชาวมอญ ที่มีต่อหลวงพ่ออุตตมะ โดยที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า สามประสบ คือ บริเวณเนินที่มีแม่น้ำสามสายมาบรรจบกัน คือ แม่น้ำบิคลี่ ซองกาเลีย และรันตี มารวมกันเป็นแม่น้ำแควน้อย ต่อมาในปี 2527 มีการก่อสร้าง เขื่อนเขาแหลม หรือ เขื่อนวชิราลงกรณ์ ทำให้น้ำเข้าท่วมตัวอำเภอสังขละบุรีเก่า รวมทั้งวัดวังก์วิเวการามด้วย “หลวงพ่ออุตตมะ” จึงได้ย้ายวัดมาอยู่บนเนินเขา ส่วนวัดเดิมได้จมอยู่ใต้น้ำมาเป็นเวลากว่า 20 ปี

เมืองบาดาล คือวัดวังก์วิเวการามเก่า หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าวัดหลวงพ่ออุตตมะ เป็นวัดที่จมอยู่ใต้น้ำเนื่องจากมีการสร้างเขื่อน โดยได้มีการย้ายวัดไปสร้างในที่แห่งใหม่แล้ว ในส่วนของวัดเก่าที่นิยมไปท่องเที่ยวคือการชมอุโบสถหลังเก่าที่จมอยู่ใต้น้ำและจะโผล่พ้นน้ำในช่วงน้ำลด ซึ่งเราสามารถลงเดินชมได้ โดยช่วงมีนาคมและเมษายนจะเป็นช่วงที่น้ำลดลงมากที่สุด

เมืองบาดาล วัดวังก์วิเวการามเก่า กาญจนบุรี - สถานที่เที่ยวในกาญจนบุรี

วัดวังก์วิเวการามเดิมนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2498 เป็นวัดที่เกิดจากพลังความเลื่อมใสศรัทธาต่อหลวงพ่ออุตตมะ จุดที่ตั้งของวัดนี้ อยู่ในบริเวณที่เรียกว่า สามประสบ คือบริเวณเนินที่มีแม่น้ำสามสายมาบรรจบกัน คือ แม่น้ำบิคลี่ ซองกาเลีย และรันตี มารวมกันเป็นแม่น้ำแควน้อย

  • แม่น้ำบิคลี่ เกิดจากลำห้วย ทางทิศตะวันออกของลำน้ำแควน้อย เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาที่สำคัญ แม่น้ำมีความยาวประมาณ 70 กิโลเมตร บริเวณริมน้ำเป็นที่ตั้งของบ้านเรือนชาวมอญ
  • แม่น้ำซองกาเลีย เป็นแม่น้ำจากทางตอนเหนือ คำว่าซองกาเลีย ภาษามอญหมายถึง “ฝั่งโน้น” เกิดจากแม่น้ำซองกาเลียในพม่าและห้วยโรคี่จากป่าทุ่งใหญ่นเรศวร แม่น้ำมีความยาวประมาณ 50 กิโลเมตร ท้องน้ำลาดชัน มีเกาะแก่งหลายแห่ง สองฝั่งลำน้ำเป็นผืนป่าอุดมสมบูรณ์
  • แม่น้ำรันตี เป็นภาษากะเหรี่ยง หมายถึง “ยอดน้ำ” ต้นน้ำเกิดจากป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ความยาวแม่น้ำประมาณ 60 กิโลเมตร ท้องน้ำลาดชันไม่มาก สถาพป่าสองฝั่งแม่น้ำยังอุดมสมบูรณ์ มีหน้าผาหินปูนกว้างใหญ่หลายแห่ง บริเวณริมน้ำมีบ้านเรือนชาวลาว-พม่า

ในปี พ.ศ. 2527 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีโครงการสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อเขื่อนเขาแหลม เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งเมื่อเก็บกักน้ำหลังเขื่อนแล้ว ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจนท่วมตัวอำเภอเก่า ในพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ หมู่บ้านชาวมอญอีกกว่า 1,000 หลังคาเรือน รวมถึงวัดวังก์วิเวการามเดิม ทางการจึงได้อพยพชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ออกจากบริเวณที่น้ำท่วม และย้ายวัดมาอยู่บนเนินเขาด้านฝั่งตะวันตกของลำน้ำแควน้อยในปัจจุบัน บริเวณวัดเดิม ถูกปล่อยให้จมอยู่ใต้น้ำ เป็นที่รู้จักกันในนามของ “วัดใต้น้ำ” หรือ เมืองบาดาล ซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในแบบ Unseen Thailand

ปัจจุบันบริเวณสามประสบนี้ กลายเป็นแอ่งน้ำใหญ่เพื่อกักเก็บน้ำในฤดูฝน จึงทำให้ไม่สามารถเห็นเป็นจุดบรรจบของสามสายน้ำได้ชัดเจนอีกแล้ว
นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวบริเวณวัดใต้น้ำ จะต้องนั่งเรือที่เช่าเหมาลำ เพื่อมาจุดที่เคยเป็นวัดวังก์วิเวการามเก่านี้เท่านั้น

ในช่วงหน้าแล้ง ช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม น้ำในแม่น้ำลดลงมากจนสามารถเดินเข้าไปในโบสถ์เก่าได้ สิ่งที่เหลือไว้ให้เห็น เป็นส่วนของกำแพงด้านนอกโบสถ์ ตัวโบสถ์เหลือเพียงผนัง ไม่มีส่วนหลังคาโบสถ์ให้เห็น ภายในผนังโบสถ์ยังมีให้เห็นลวดลายศิลปะแบบมอญหลงเหลือให้เห็น เป็นลายซุ้มองค์พระพุทธรูปอยู่ตามผนัง แต่เดิมมีทั้งหมด 2500 องค์ แต่ก็มีหลายส่วนที่หลุดหายออกไปเพราะโดนน้ำเซาะบ้าง หลุดหล่นลงมาแตกบ้าง ช่องประตูหน้าต่าง ยังเห็นร่องรอยกรอบของซุ้มประตูหน้าต่างเป็นลวดลายปราสาทยอดแหลม ด้านหน้าโบสถ์ยังเหลือส่วนที่เคยเป็นบันไดทางขึ้น ส่วนซุ้มประตูทางเข้าเขตอุโบสถ มีให้เห็นเพียงซุ้มประตูบางด้าน บริเวณด้านนอกโบสถ์จะเห็นเศียรพระหักวางไว้ ส่วนภายในมีรูปถ่ายหลวงพ่ออุตตมะให้นักท่องเที่ยวได้สักการะบูชา ซึ่งจะมีเด็กๆ ชาวมอญคอยเดินขายดอกไม้ และคอยเป็นไกด์ให้ด้วย

ช่วงหน้าหนาว หรือหลังฤดูฝน การชมวัดใต้น้ำทำได้เพียงล่องเรือไปในบริเวณใกล้กับโบสถ์ ซึ่งอาจจะเห็นผนังโบสถ์บางส่วนโผล่พ้นน้ำ หรือในฤดูน้ำมากก็อาจไม่เห็นเลย นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติบางคนจัดเป็นทริปดำน้ำเพื่อดูโบสถ์ใต้น้ำก็มี

ข้อแนะนำ

  • การเที่ยวชมวัดใต้น้ำนี้สามารถเช่าเรือได้บริเวณสะพานไม้มอญ ราคาประมาณ 600 บาท ใช้เวลาไป – กลับ ประมาณ 45 นาที
    ติดต่อแพลุงเณร โทร. 08-9221-2330, 034-595-360 (เวลา 6.00 – 18.00 น.)
  • เที่ยวชมวัดใต้น้ำ ควรเที่ยวในช่วงเช้า เพราะถ้าเป็นช่วงสายมากๆ หรือเที่ยง แดดจะร้อนจัดไป
  • ช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม เป็นช่วงน้ำลด สามารถนั่งเรือไปจอดใกล้โบสถ์ แล้วเดินเข้าไปชมข้างในได้

การเดินทางไป จ.กาญจนบุรี
กรุงเทพมหานคร–>กาญจนบุรี

การเดินทางจาก จ.กรุงเทพมหานคร ไปยัง จ.กาญจนบุรี โดย มีระยะทาง 123 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง

การเดินทางไป เมืองบาดาล(วัดใต้น้ำ)
อ.เมือง–>เมืองบาดาล(วัดใต้น้ำ)

เวลาในการเปิด-ปิดทำการ
เมืองบาดาล เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. ทุกวัน

อัตราค่าเข้าชม
ไม่เสียค่าเข้าชม แต่มีค่าใช้จ่ายในการเช่าเรือ เพื่อไปชมเมืองบาดาล(วัดใต้น้ำ)
*ค่าเช่าเรือ มีราคาประมาณ 600 บาท ใช้เวลาไป – กลับ 45 นาที โดยนักท่องเที่ยวสามารถติดต่อขอเช่าเรือได้ที่บริเวณสะพานมอญ

แนะนำ ที่พักกาญจนบุรี, ที่พักเมืองกาญ, ที่พักไทรโยค

ใส่ความเห็น