แหล่งช็อปปิ้งในกรุงเทพ

แหล่งช็อปปิ้งในกรุงเทพ

1. สำเพ็ง พาหุรัด

        ตลาดสําเพ็ง นับว่าเป็นย่านการค้าสำคัญที่มีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความมั่นคงและมั่งคั่งในระบบเศรษฐกิจนอกเหนือจากการเป็นชุมชนนอกชานเมือง นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันตลาดสำเพ็งยังคงมีธุรกิจใหม่ๆเจริญงอกงามเติบโตโตขึ้นอยู่เสมอๆ ตลาดสําเพ็ง ตั้งอยู่ที่ ถนนมังกรติดกับถนนผลิตผล ใกล้เยาวราช และถนนวานิช ซึ่งต่อเนื่องไปถึงพาหุรัดได้ สินค้าที่ขายในสำเพ็งส่วนใหญ่เป็นสินค้ากิฟช็อป ตุ๊กตา ของเล่น เครื่องเขียน เครื่องประดับ กิ๊บติดผม กระเป๋า รองเท้า อุปกรณ์ของใช้ในบ้าน ดอกไม้ปลอม อาหารแห้ง ที่มีน้อยจะเป็นพวกเสื้อผ้าซึ่งไม่เน้นกันเท่าใด โดยฝั่งเยาวราชจะมีกิฟช็อป เครื่องเขียน ตุ๊กตาและรองเท้าขายอยู่มาก ส่วนอีกฝั่งที่อยู่ติดกับพาหุรัดจะเน้นขายผ้าเป็นหลัก
2.ประตูน้ำ

        ตลาดประตูน้ำ เป็นแหล่งศูนย์เสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องประดับ และสินค้ามากมาย มีสินค้าให้เลือกครบครัน เนื่องจากเป็นสถานที่ขายส่งเสื่อผ้า จึงมีผู้คนหนาแน่นแออัด ในช่วงเวลาเร่งด่วน ฉะนั้นการเตรียมตัว เตรียมพร้อมสำหรับการช็อปปิ้งก็ถือว่ามีส่วนสำคัญ จะนอกจากช่วยประหยัดเวลา ยังช่วยให้เจอของที่เราอยากได้จริงๆง่ายขึ้น

3. เยาวราช



        ย่านชุมชนชาวจีนที่คึกคักทุกค่ำคืนต้องยกให้ตลาดกลางคืน เยาวราชที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แหล่งชุมชนของชาวจีน ย่านธุรกิจการค้า การเงิน การธนาคาร เต็มไปด้วยร้านค้าทองที่เจริญรุ่งเรืองรูปพรรณเก่าแก่คุณภาพดี จึงได้รับสมญานามว่า ถนนสายทองคำ ความพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะไม่เหมือนกับตลาดที่อื่นคือ เป็นตลาดสองภาคมีทั้งภาคกลางวัน และภาคกลางคืน ซึ่งจะมีความคึกคักและกลิ่นอายที่แตกต่างกัน กลางวันจะเต็มไปด้วยผู้คนทุกวัย มาท่องเที่ยวจับจ่ายใช้สอย โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสำคัญของชาวไทยเชื้อสายจีน ที่ผู้คนมาซื้อของเซ่นไหว้และข้าวปลาอาหารกันตลอดทั้งวัน เพราะเป็นแหล่งสินค้าสารพัดชนิด ตั้งแต่อาหารแห้ง สด ผัก ผลไม้ ดอกไม้ เครื่องยาจีน ขนม และของขึ้นชื่อที่ไม่ควรพลาดคือ เกาลัดแปะก๊วยที่การันตี ความสดใหม่และอร่อย รวมถึงติ่มซำต้นตำรับ และร้านอาหารชื่อดังเมนูเด็ด อย่างบะหมี่เส้นเหนียว เกี๊ยวกุ้ง ปู ลูกใหญ่นุ่มนิ่มน่ากิน หรือหมูแดง หมูกรอบ เป็ดย่างจานโต หูฉลาม ก๋วยจั๊บ กระเพาะปลา รังนก เป็นต้น ส่วนเสน่ห์กลางคืนคือ ตลาดโต้รุ่งที่เป็นจุดนัดพบของชาวกรุงที่พร้อมใจมาเที่ยวชิมช็อป ร้านอาหารรสเลิศที่ตั้งเต็มสองฟากถนนเยาวราชและอยู่ตามตรอกซอกซอยต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีของดีในเยาวราชมากมาย ทั้งผลไม้เมืองหนาว อาทิ เชอรี่, ลูกพลับ, แอปเปิล และสาลี่ รสชาติหวานอร่อย หรือของข้างทางที่น่าซื้อไปกินกับข้าวต้มร้อนๆ สักถ้วยอย่างผักดองที่เรียกว่า “ตั๋วฉ่าย” หรือ “ไก๋ฉ่าย” อีกทั้งสินค้าที่วางขายส่วนใหญ่เป็นสินค้าคุณภาพนำเข้าจากประเทศจีนในราคาที่เหมาะสมอีกด้วย มาที่นี่รับรองว่าได้ครบทุกอย่าง แถมเดินทางก็สะดวกสบาย

4. วังหลัง


        วังหลัง แหล่งที่เที่ยวและที่กินสำคัญย่านฝั่งธนบุรี ที่นี่จัดได้ว่าเป็นแหล่งรวมสินค้าแฟชั่นทั้งมือหนึ่ง มือสอง ทุกวันจะมีทั้งเด็กวัยรุ่น หนุ่มสาววัยทำงาน เรื่อยไปจนถึงผู้ใหญ่ แวะเวียนเข้ามาซื้อสินค้ากันไม่ขาดสาย นอกจากสินค้าแฟชั่นแล้ว เรื่องของกินที่วังหลังก็จัดได้ว่าเด็ดไม่เป็นสองรองใคร ที่นี่มีร้านอาหารอร่อยเรื่อยไปตั้งแต่อาหารคาวยันอาหารหวาน บางร้านขายมานาน และบางร้านก็จัดได้ว่าเป็นของอร่อยซิกเนเจอร์แห่งวังหลัง ที่ไม่ว่าใครก็ต้องแวะมาทาน 

5. ตลาดนัดจตุจักร

        จตุจักร หรือที่นิยมเรียกกันสั้นๆว่า “เจเจ”  ถือเป็นแหล่งรวมสินค้าแทบจะทุกประเภท แถมสินค้าแต่ละอย่างก็แสนจะเก๋ไก๋มีสไตล์กันทั้งนั้น มีตั้งแต่ โซนสัตว์เลี้ยง โซนขายต้นไม้ เฟอร์นิเจอร์ งานฝีมือ งานอดิเรก ของสะสมหายาก เสื้อผ้า เครื่องประดับ ฯลฯ เรียกได้ว่ามีสินค้าให้เลือกหลากหลาย แถมการเดินทางก็สะดวก จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมคนไทยและชาวต่างประเทศจำนวนมากถึงได้หลงเสน่ห์ของที่นี่

6. ตลาดนัดรถไฟ


        ตลาดนัดรถไฟรัชดา (Train Night Market Ratchada) เป็นตลาดนัดในเครือตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์ ตลาดนัดกลางคืน เปิดอยู่ที่ด้านหลังห้างเอสพลานาด รัชดาภิเษก โดยถ้ามองจากมุมสูงของตลาดนัดรถไฟรัชดาจะเห็นว่าตลาดนี้มีพื้นที่ขายของจำนวนมาก มีพื้นที่กว่าพันล็อกให้เช่า คนที่มากันส่วนมากจะเป็นชาวต่างชาติ วัยรุ่น และคู่รัก มากกว่าผู้ใหญ่ หรือมากันเป็นครอบครัว 

7. เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟรอนท์


        Asiatique the Riverfront ศูนย์การค้าแนวราบริมแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างซอยเจริญกรุง 72-76 ภายในมีโซนร้านค้า ร้านอาหารหลายระดับราคาให้เลือกสรร รวมทั้งวิวใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา ที่สวยงาม รับลมเย็นสบายๆ เหมาะกับการมานั่งชิลล์ๆ และเดินเล่นพักผ่อนในช่วงหลังเลิกงาน และวันหยุดสุดสัปดาห์ ร้านค้าของที่นี่ แบ่งเป็นโซน เรียกชื่อโซนว่า โกดัง ตามโครงสร้างเดิมที่เคยเป็นโกดังเก็บสินค้า การเดินทางที่มีโครงการ Asiatique the Riverfront สามารถเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวพร้อมที่จอดรถกว้างขวางสะดวกสบาย และสามารถเดินทางโดยรถไฟฟ้าบีทีเอส ลงที่สถานี สะพานตากสิน แล้วต่อรถสาธารณะ หรือจะเดินทางโดยเรือทาง Asiatique ก็มีเรือบริการที่ท่าเรือสาทร บริการฟรีสำหรับลูกค้าที่จะเดินทางไป Asiatique the Riverfront เรือออกทุกๆ 15 นาที

8. โบ๊เบ๊


        เป็นตลาดขายเสื้อผ้าราคาส่งที่ใหญ่ที่สุด และถูกที่สุดในกรุงเทพฯ เป็นตลาดที่คนต่างจังหวัดเองก็เข้ามาซื้อหาเสื้อผ้าแถบนี้ไปขาย เพราะมีเสื้อผ้าแทบทุกประเภทที่เห็นกันตามตลาดนัดแผงลอยในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด การเดินทางมาโบ๊เบ๊ อาจจะยากสักหน่อยสำหรับคนไม่คุ้นเคยทางในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบางเส้นทางเป็นวันเวย์ ที่ตั้งของตลาดโบ๊เบ๊ ตลาดโบ๊เบ๊ อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟหัวลำโพง และห่างจากสยาม (ประมาณ 2 กิโลเมตร) เป็นตลาดที่อยู่บนถนนกรุงเกษม และแนวริมคลองผดุงกรุงเกษม ระหว่างแยกสะพานขาว ถึงแยกกษัตริย์ศึก (แถวโรงพยาบาลหัวเฉียว) ตลาดส่วนใหญ่ด้านริมคลองจะเป็นเต็นท์แผงลอย ส่วนอีกฝั่งมีทั้งที่เป็นแผงลอย ห้องแถว และบนตัวอาคารโบ๊เบ๊ทาวเวอร์

9. ท่ามหาราช


        คอมมูนิตี้มอลล์สุดชิคของคนกรุงที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกว่าบรรยากาศนั้นชวนให้ควงแขนกันมาดื่มด่ำกับวิวสวยๆ ช้อปเพลินๆ หรือกินดื่มสุดชิลตรงตามคอนเซ็ปต์ Riverside Eatery, Urban Oasis, Art & Culture Market หรือศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่อุดมไปด้วยศิลปะ และมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้คนกรุงมาสัมผัสบรรยากาศดีๆ เพื่อเติมความสดชื่นให้กับชีวิต นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งร้านอาหารอร่อยที่มีประวัติอันยาวนานมากมายด้วย เรียกว่าเป็นสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายของวิถีชุมชนในอดีต ในขณะเดียวกันก็ไม่ลืมที่จะผสมผสานความน่าสนใจเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ด้วย

ใส่ความเห็น