15 พิกัดเที่ยวชิลใกล้กรุง วันเดียวเที่ยวได้ทั้งบ้าน

วันหยุดนี้ชวนไปพักผ่อนแบบวันเดียวก็เที่ยวได้กับ 3 เมืองใกล้กรุง สมุทรปราการ-ฉะเชิงเทรา-นครนายก ที่ใช้เวลาเดินทางไปแค่ชั่วโมงเดียว ก็เที่ยวสนุกกันได้ทั้งครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นชุมชนน่ารัก ตลาดน่าชอป หรือจะเน้นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสวยๆ ก็เริ่ด ตามมาเที่ยวด้วยกันเลย 15 พิกัดแนะนำ เที่ยวแบบ 2 วัน 1 คืนกำลังดี

สมุทรปราการ

1.สวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์

สวนร่มรื่นขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 200 ไร่ พร้อมเส้นทางจักรยานให้ขี่ชมธรรมชาติ ท่ามกลางพันธุ์ไม้นานาชนิด นอกจากจะเป็นปอดแห่งใหญ่ให้กับคนกรุงเทพฯ ยังเป็นบ้านของนกประจำถิ่นและอพยพอีกมากมาย นอกจากนี้ ในสวนยังมีจุดนั่งพักผ่อนริมทะเลสาบกว้างๆ สะพานไม้เลียบริมทะเลสาบ เรือนเพาะชำ และหอดูนก จุดชมวิวได้สุดสายตา และมุมถ่ายรูปสุดฮิตที่ห้ามพลาด l

สวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์ เปิดทุกวัน 5:00-19:00 น. โทร. 02 461 0972

2.บ้านธูปหอมสมุนไพร

หลังน้อยในสวนที่มีกิจกรรมน่าสนุกให้ทำหลายอย่าง โดยเฉพาะวันหยุดมีเวิร์คช็อปทำผ้ามัดย้อมและธูปหอม ซึ่งผ้ามัดย้อม จะสอนทั้งวิธีมัดให้เป็นลวดลายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ลายหอยใหญ่ ลายหอยออร่า ลายหอยใบไม้ ลายกนก ลายสี่เหลี่ยม ฯลฯ สีสันก็มีให้เลือกละเลงได้ตามชอบ ส่วนฝั่งธูปหอมก็สนุกเพราะจะได้ลองปั้นๆ ลูบๆ ทำธูปไล่ยุงด้วยตัวเอง ส่วนผสมก็ล้วนมาจากสมุนไพร วิสาหกิจชุมชนบ้านธูปหอมสมุนไพร เปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ 9:00-15:00 น. กิจกรรมทำผ้ามัดย้อมและทำธูปหอม ราคาเริ่มต้นเพียงคนละ 60-70 บาท

สอบถาม โทร. 086 569 1650, 02 815 0729

3.ธัญพืชประคบพูลสุข

ห่างจากบ้านธูปหอมแค่เลี้ยวจักรยาน 1 ที ที่นี่นำเอาภูมิปัญญาไทยโดยเฉพาะศาสตร์การนวดแผนไทยมาเปิดบริการนวดให้กับนักท่องเที่ยว ขึ้นชื่อที่สุดก็ต้อง ลูกประคบสมุนไพร ที่ดัดแปลงให้ใช้ง่ายขึ้นในรูปแบบ หมอนรองคอสมุนไพร ซึ่งบรรจุทั้ง ข้าวเหนียวเขี้ยวงู เม็ดเดือย ถั่วเขียว และสมุนไพรที่มีสรรพคุณคลายปวดเมื่อยไว้ข้างใน จะใช้ก็ง่าย เพียงเอาไปอุ่นในไมโครเวฟ แล้วเอามาวางรอบคอหรือจุดที่ปวดเมื่อย นอกจากนวดแผนไทยแก้อาการต่างๆ โดยนักบำบัดที่ชำนาญแล้ว ยังมีแพทย์พื้นบ้านที่สืบสานภูมิปัญญาเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 อย่างการนวด ย่ำขาง ที่ใช้เท้าเหยียบบนเหล็กร้อน แล้วนำมานวดคลายกล้ามเนื้อบนส่วนต่างๆ ของร่างกายอีกด้วย

วิสาหกิจชุมชนหัตถศาสตร์เพื่อสุขภาพ ธัญพืชประคบพูลสุข เปิดทุกวัน 9:00-17:00 น. (เสาร์-อาทิตย์ 8:00-16:00 น.) มาวันธรรมดาหรือมาเป็นหมู่คณะควรสอบถามล่วงหน้า โทร. 084 009 2266

4.ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง

เตรียมท้องว่างๆ มาให้พร้อม เพราะที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งมีของกินขายเยอะมากกก ตลอดทางเดิน 2 กิโลเมตร จะพบกับซุ้มร้านค้านับร้อยราย และที่นั่งกินติดริมน้ำสบายๆ พร้อมของกินหลากหลายทั้งปลาจับหลัก ปลาสลิด กุ้งเหยียด น้ำตาลมะพร้าว ลูกจาก น้ำพริก ขนมไทยโบราณ ไหนจะผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชน ไม่ว่าจะเป็นลูกประคบสมุนไพร ผ้ามัดย้อม น้ำสมุนไพร แถมด้วยผักผลไม้สดๆ จากสวนของเกษตรกรในละแวกอีก เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 8:00-16:00 น. โทร. 02 461 3254

5.บ้านสาขลา อ.พระสมุทรเจดีย์

ที่นี่เป็นหมู่บ้านติดปากอ่าวไทย ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นโน่นเลย ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำประมง ทำนาเกลือ แล้วก็แปรรูปอาหารทะเล ที่ขึ้นชื่อสุดๆ ต้องยกให้ กุ้งเหยียด ซึ่งจะนำกุ้งมาเหยียดให้ตัวตรง ปรุงรสด้วยน้ำตาลและเกลือ แล้วต้มจนสุก รสหวานเค็ม กินได้ทั้งตัวเลย ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวขอแนะนำ ตลาดโบราณบ้านสาขลา พิพิธภัณฑ์บ้านโบราณ และวัดสาขลา ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต และพระปรางค์เอียง ทั้งหมดนี้อยู่ในบริเวณใกล้กันหมด

ที่ตั้ง : ต.นาเกลือ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ

เวลาเปิด-ปิด : ตลาดโบราณบ้านสาขลา เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ 07:00-18:00 น.

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : ททท. สำนักงานฉะเชิงเทรา (ฉะเชิงเทรา, สมุทรปราการ) โทร. 038 514 009

ฉะเชิงเทรา
1.มินิมูร่าฟาร์ม

ใครชอบเที่ยวฟาร์มต้องห้ามพลาดที่นี่กับบรรยากาศน่ารักอบอุ่น ที่เหมาะกับทุกคนในครอบครัว ฟาร์มนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ควายสายพันธุ์มูร่าห์ ซึ่งเป็นควายสายพันธุ์ต่างประเทศที่นิยมเลี้ยงในแถบยุโรป น้ำนมของควายชนิดนี้มีแคลเซียมสูง ไม่มีกลิ่นคาว เหมาะกับคนที่แพ้นมวัว แถมยังนำมาทำผลิตภัณฑ์ได้อีกมากมาย เช่น มอสซาเรลล่าชีส นมพาสเจอร์ไรซ์ สบู่ โลชั่น ฯลฯ นอกจากที่นี่จะมีบรรยากาศแบบฟาร์มเลี้ยงสัตว์และสวนเกษตรอินทรีย์ที่ทั้งครอบครัวจะได้ความรู้และสนุกกับการให้อาหารสัตว์ เปิดทุกวัน โดยวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดเวลา 10:00–21:00 น. กิจกรรมเวิร์คช็อปมีเป็นรอบๆ ตามเวลา ราคาเริ่มต้นเพียงคนละ 250 บาท

ที่ตั้ง : อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา

โทร. 081 819 2819

2.ตลาดน้ำบางคล้า

ตลาดบรรยากาศสุดชิลริมลำน้ำบางปะกง ลักษณะเป็นโป๊ะแพลอยอยู่บนน้ำยาวต่อกัน ซึ่งสองข้างทางในนั้นเรียงรายด้วยร้านขายอาหาร ของฝาก และผักผลไม้จากสวนเกษตรในละแวก แต่เด่นสุดก็ต้องยกให้ของกิน เพราะตลอดความยาวโป๊ะ เขาจัดโต๊ะไว้ตรงกลางให้ซื้ออาหารมานั่งกินได้สะดวก และถ้ามีเวลาเหลือ อยากให้ลองนั่งเรือชมวิวเกาะลัด กลางลำน้ำบางปะกง ที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และสวนเกษตรทั้งมะพร้าวหมาก พลู และทุ่งนาเขียวๆ

ที่ตั้ง: ตั้งอยู่ใกล้ที่ว่าการอำเภอบางคล้า

เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ล่องเรือมีบริการเป็นรอบตามเวลา ผู้ใหญ่คนละ 50 บาท เด็กคนละ 30 บาท

3.หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา

มาสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของอาคารพิพิธภัณฑ์และท้องฟ้าจำลอง รวมทั้งสนามหญ้ากว้างๆ และหอดูดาวที่ตั้งโดดเด่นเป็นสง่า ภายในพิพิธภัณฑ์ให้ความรู้ในแบบอินเตอร์แอคทีฟได้น่าสนุก ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบเรื่องการหักเหแสง การวัดมวลของร่างกายเมื่อเทียบกับแรงโน้มถ่วงบนดาวต่างๆ การจำลองฤดูกาล การเคลื่อนที่ของจักราศี การเกิดจันทรุปราคา น้ำขึ้นน้ำลง เนบิวลา หลุมดำ สสารมืด แถมมีอุกกาบาตของจริงให้สัมผัสอีกต่างหาก เท่านั้นยังไม่พอที่อาคารท้องฟ้าจำลองจะได้ชมภาพยนตร์เกี่ยวกับระบบสุริยะจักรวาลแบบเต็มตา

เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ 9:00-16:00 น. กิจกรรมชมภาพยนตร์ในท้องฟ้าจำลองจัดเป็นรอบตามเวลาทุกวัน กิจกรรมดูดาวผ่านกล้องโทรทัศน์จัดทุกวันเสาร์ 18:00-20:00 น.

ที่ตั้ง : อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา

โทร. 038 589 396, 084 088 2264

4.ศูนย์การเรียนรู้เมืองฉะเชิงเทรา

การเรียนรู้จะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป เหมาะมากกับการมาใช้เวลาว่างในวันหยุดมากๆ เพราะที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้ในรูปแบบห้องสมุดมีชีวิต ตั้งใจที่จะส่งเสริมโลกแห่งการอ่านและการเรียนรู้แก่เยาวชนในท้องถิ่นโดยเฉพาะ ภายในแบ่งออกเป็น ห้องสมุดเด็ก ห้องสมุดดนตรี ห้องสมุดมีชีวิต โรงละครเคซีซี จัตุรัสนัดฝัน ห้องปล่อยแสง บ้านของเรา รวมไปถึงโซนมัลติมีเดีย และห้องสมุดไอที แถมเปิดให้เข้าชมฟรี เพียงใช้บัตรประชาชน

ที่ตั้ง : ถ.นรกิจ ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา

เวลาเปิด-ปิด : วันอังคาร-ศุกร์ 10:00-18:00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ 09:00-18:00 น. (ปิดวันจันทร์)

โทร. : 038 511 673-4

5.วัดสมานรัตนาราม

วัดชื่อดังใน จ.ฉะเชิงเทรา โดดเด่นด้วยไหว้พระพิฆเนศปางเสวยสุข องค์ใหญ่ที่สุดในไทย เพื่อขอพรให้สมหวังสมความปรารถนา ความสุขสบาย ความสุขบริบูรณ์มั่งคั่งพร้อมทุก ลักษณะขององค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขแห่งนี้ มีความสูง 16 เมตร ยาว 22 เมตร เนื้อชมพูสวยในอริยบทกึ่งนั่งนอนตะแคง โดยพระหัตถ์ซ้าย ถืองา พระหัตถ์ขวาถือดอกบัว ส่วนบริเวณโดยรอบฐานมีพระพิฆเนศ 32 ปาง ให้ได้ขอพร ๆ อีกทั้งในส่วนด้านหน้าองค์พระพิฆเนศยังมีรูปปั้นหนู ซึ่งเป็นบริวารอยู่สองตัวและมีความเชื่อว่าหาขอพรสิ่งใดก็เดินไปกระซิบที่หนูแล้วหนูก็จะนำความต้องการไปบอกพระพิฆเนศ ให้ประทานพรกลับมา

ที่ตั้ง:หมู่ 11 ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : ททท. สำนักงานฉะเชิงเทรา (ฉะเชิงเทรา, สมุทรปราการ) โทร. 038 514 009

นครนายก
1.เขื่อนขุนด่านปราการชล

เที่ยวชมเขื่อนคอนกรีตบดอัดที่ยาวที่สุดในโลก เพื่อรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงคำนึงถึงประโยชน์สุขของพสกนิกรทั้งในด้านการกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร และป้องกันภัยจากน้ำท่วม รวมทั้งเกิดกิจกรรมท่องเที่ยวซึ่งส่งเสริมรายได้ของคนในพื้นที่ มาถึงแล้วกิจกรรมที่ห้ามพลาดคือการนั่งรถชมสันเขื่อนที่มีความยาวกว่า 2.5 กิโลเมตร ด้านหน้าคือวิวอ่างเก็บน้ำและผืนป่าเขาใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์ ส่วนใครที่อยากไปเที่ยวให้ถึงต้นน้ำ ก็มีบริการเรือให้เช่าไปชมต้นน้ำ + 3 น้ำตกด้านใน คือ น้ำตกงามงอน คลองคราม และช่องลม บอกเลยว่ามาทั้งทีต้องจัดทั้งทางบกและทางน้ำนะ ถึงจะครบ สอบถามข้อมูล โทร. 037 384 192

2.ล่องแก่ง แม่น้ำนครนายก

จัดเป็นกิจกรรมล่องแก่งบันเทิง ได้หมดถ้าสดชื่นจริงๆ เนื่องจากลำน้ำนครนายกได้น้ำที่ปล่อยลงมาจากเขื่อนขุนด่านฯ กิจกรรมล่องแก่งที่นี่จึงทำได้ทั้งปี และคึกคักเป็นพิเศษในช่วงเสาร์-อาทิตย์ โดยไม่ไกลจากเขื่อนขุนด่านฯ จะมีจุดเริ่มต้นล่องแก่งอยู่ริมคลองท่าด่าน ที่สามารถแวะจอดรถ แล้วลงไปเช่าแพยางพร้อมอุปกรณ์กับเจ้าหน้าที่ได้เลย เป็นการล่องแก่งระยะทางกำลังดีในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง วัดใจไปกับแก่งระดับ 3-5 ให้กรี๊ดกร๊าดกันพอประมาณ เรียกว่าเป็นเส้นทางล่องแก่งที่เหมาะกับทุกคนในครอบครัวจริงๆ ล่องแก่ง แม่น้ำนครนายก ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร จุดลงแพอยู่ใต้สะพาน ด้านหลังเขื่อนขุนด่านปราการชล มีหลายผู้ให้บริการ

3.ภูกะเหรี่ยง

ศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสาน…เดี๋ยวๆ ฟังดูน่าเบื่อใช่มั้ย แต่ถ้าบอกว่าที่นี่คือ แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ต่อยอดโดยคนรุ่นใหม่สุดแนว เพื่อคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง ที่นี่รีโนเวทบ้านไม้หลังเก่าแก่ให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บของสะสมโบราณ และลามไปถึงนาข้าวกว่า 60 ไร่ หลังบ้าน พร้อมทางเดินสีฟ้าสุดเก๋ เลาะเลื้อยไปกับนาข้าวที่ปลูกกันจริงๆ ชั้นล่างเป็นร้านกาแฟและร้านขายของที่ระลึกจากวิสาหกิจชุมชนในละแวก ชั้นบนเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมของเก่าของสะสมรุ่นปู่ย่า ทั้งอุปกรณ์ของหมอยาสมัยก่อน รวมทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ในไร่นาโบราณ หลังบ้านเป็นยุ้งข้าวอายุนับร้อยปีให้ชม

การเดินทาง: ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปวัดหลวงพ่อปากแดง เลี้ยวขวาตรงสามแยกพระพิฆเนศ พอถึงสามแยกตัวทีเลี้ยวซ้าย เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ 8:00–18:00 น. โทร. 081 868 9841

4.อุทยานวังตะไคร้

ขยับใกล้กรุงเทพฯ เข้ามาอีกหน่อย โดยเฉพาะย่านอำเภอองครักษ์ ที่มีชื่อเสียงเป็นแหล่งเพาะพันธ์ุไม้ดอกไม้ประดับส่งจำหน่ายไปทั่วประเทศ เพียงขับรถเข้ามาในย่านก็จะได้เพลิดเพลินไปกับต้นไม้ดอกไม้ยาวเหยียด 2 ข้างทาง คนรักต้นไม้เห็นคงอดใจไม่ไหวแน่นอน ส่วนใครที่ผ่านมาถึงคลอง 15 ขอแนะนำ สวนป้าอินทร์ ที่ไม่เพียงเป็นร้านขายต้นไม้นานาชนิดเท่านั้น แต่ยังเป็นร้านกาแฟ เบเกอรี่ และอาหาร ที่ภายในบริเวณร้านประดับตกแต่งด้วยพรรณไม้แซมเครื่องปั้นดินเผาน่ารักๆ รวมทั้งบ่อปลาคราฟสีสันสดใส จนกลายเป็นสวนขนาดย่อมๆ ที่ไม่ว่าจะถ่ายรูปมุมไหนก็สวยไปหมด และนอกจากทางร้านจะมีบริเวณด้านในห้องแอร์ให้นั่งเย็นๆ แล้ว ยังมีโซนติดริมสระน้ำให้นั่งเล่นด้วย

ที่ตั้ง: คลอง 15 อำเภอองครักษ์ โทร. 087 716 6306

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  : ททท.สำนักงานนครนายก (นครนายก, สระแก้ว ประจีนบุรี) โทร. 037 312 284

เพื่อนๆ สามารถอัพเดตข้อมูลท่องเที่ยวในภาคตะวันออกได้ที่

เว็บไซต์เที่ยวตะวันออก : https://traveleastthailand.com/   

FB: เที่ยวตะวันออก : https://www.facebook.com/traveleastthailand

ที่มา : sanook

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

%d bloggers like this: